สงคราม Smartphone ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กำลังจะเปลี่ยนรูปแบบการรบ จากการที่ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือแต่ละเจ้า ต้องแข่งขันกันที่ CPU เร็ว / หน้าจอใหญ่ / แรมเยอะ / กล้องชัด มาในปีนี้ มันจะไม่ใช่เป็นแบบนั้นอีกต่อไป เพราะปีนี้เหมือน HTC ขยับตัวเร็วกว่าคู่แข่งด้วยการ เลิกแข่งขัน Spec ในส่วนของความแรงแล้ว ไปฉีกไปแข่งขันในรูปแบบของการออกแบบให้มันมี Passion หรือ ความน่าลุ่มหลง มากขึ้น ผ่านโทรศัพท์มือถือที่เป็นรุ่นใหม่ในปีนี้ เช่น HTC Sensation XL / XE และ HTC Rhyme (อ่านรีวิว HTC Rhyme ได้ที่นี่)
HTC Sensation XL เป็นมือถือที่ทาง HTC ปั้นโดยวางจุดยืนให้กลายเป็นเหมือนกับเพื่อนคู่ใจของวัยรุ่น ที่ตอนนี้ชีวิตของพวกเขา อาศัยข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก มันเป็นทั้ง โทรศัพท์ / เครื่องอ่านเว็บ / Social Network / Games และอีกหนึ่งกิจกรรม ที่ตอนนี้ยังไม่มีใครเข้ามาเปิดตลาดอย่าง ชัดๆ มากนัก ก็คือ การที่มือถือ จะกลายร่างเป็นเครื่องเล่นเพลงดีๆนั่นเอง จากข่าวที่ HTC ทุ่มงบกว่า 300 ล้านดอลล่าร์เพื่อจับมือกับ Beats audio by Dr.Dre หลายๆคนก็เฝ้ารอว่า มือถือรุ่นใหม่ของ HTC ที่มีหูฟัง Beats นั้นมันจะมีพลังขนาดไหน
ก่อนอื่นก็ขอเล่าย้อนหลังให้หลายๆคนที่อาจจะยังไม่รู้จักว่า beats by Dr.Dre คืออะไร ดังนี้นะครับ
Dr.Dre เป็นศิลปินเพลงแร๊ปยุคปี 90 ที่ค่อนข้างโด่งดังมาก และตอนหลังก็กลายผันตัวเองมาเป็น Producer ที่สร้าง ศิลปิน Rapper ดังๆหลายคนเช่น 50 Cent / Eminem หรือ Snoop Dog .. และก็ทำกิจการอีกหลายอย่างจนกระทั่งเมื่อปี 2008 Dr.Dre ก็เปิดตัว หูฟังของตัวเองภายใต้แบรนด์ beat by Dr.Dre เพราะรู้สึกเสียดายที่ อุตส่าห์ทำเพลงดีๆมา แต่หลายๆคนดันมาฟังมันด้วยหูฟังห่วยๆนี่สิครับ
ตอนหลังหูฟังนี้ก็ดังเป็นพลุแตก เพราะว่า การมาที่ถูกจังหวะมากของหูฟังดีๆในช่วงที่วงการเพลงมันย้ายจากการฟังในบ้าน เป็นการฟังผ่านอุปกรณ์พกพา อย่าง iPod / iPhone อะไรพวกนี้ แถม beat เองก็ยังมีรุ่นเรียกแขกที่ใช้พรีเซนเตอร์ชื่อดังอย่าง Lady Gaga / Justin Bieber / Will.i.am อะไรพวกนี้อีกเพียบ ยิ่งทำให้หูฟัง beats ถูกใจวัยรุ่นทั่วโลกกันเข้าไปใหญ่
สำหรับในประเทศไทย หูฟัง beats ได้รับความนิยมมากชนิดที่คุณจะสังเกตได้เลย ว่าเวลาอยู่บนรถไฟฟ้า หรือ เดินไปไหนที่มันมีวัยรุ่นเยอะๆ จะต้องเห็นซัก คนสองคน ที่ห้อยหูฟังใหญ่ๆ สีแดงบ้าง ดำบ้าง และสายจะต้องเป็นสีแดง และแน่นอน เมื่อมีความต้องการสูง แต่รายได้ไม่พอ ก็เลยมีหูฟัง beat ปลอมอยู่เต็มไปหมด ชนิดเกลื่อนเมืองจนตอนนี้ผมไม่กล้าซื้อ beat จาก มาบุญครองเลยล่ะ
เอาล่ะกลับมาที่ HTC Sensation XL บ้าง ผมได้รับการติดต่อจากทาง HTC ว่า สนใจจะรีวิว Sensation ตัวไหนที่ออกมาใหม่บ้างไหม ชั่วโมงนั้น ถึงแม้ว่าจะสนใจ Sensation XE ที่เป็นตัว Top ผมกลับจิ้มเลือก Sensation XL แทน ด้วยความสนใจในการออกแบบที่เฉพาะทางอย่างตัวนี้มากกว่าครับ
HTC Sensation เป็นมือถือที่หน้าจอใหญ่มาก เรียกว่า น่าจะใหญ่สุดสำหรับ HTC แล้วล่ะ เพราะหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 163 กรัม ตัวเครื่องทำจากโลหะแบบ Unibody จับแล้วค่อนข้าง Firm แต่การที่มันเครื่องใหญ่ไปนิดทำให้มือใหญ่ๆอย่างผมยังโอบได้ไม่รอบเลย ด้านหลังมีสลัก HTC SENSE มาคู่กับโลโก้ของ beat ด้วย
หน้าจอขนาดใหญ่ 4.7 นิ้ว มาพร้อมความละเอียด 800 x 480 .. เป็นความละเอียดที่ใครหลายๆคนสงสัยว่า ทำไมทำแค่นี้ ทั้งๆที่ตัว HTC Sensation ก่อนหน้ามีความความละเอียดเยอะกว่านี้อีกก็ยังทำออกมาได้เลย แต่ผมคิดว่า น่าจะเลือกจอขนาดนี้ด้วยเหตุผล 3 ประการด้วยกัน
- หน้าจอ 800 x 480 เป็นหน้าจอความละเอียดสูงที่ App หลายๆตัวใน Android มีออกมา Support มากที่สุด อันนี้ถ้าใครเคยเล่นพวก Android จอละเอียดมากๆ อาจจะเคยเจออาการ App จอหด เพราะไม่ได้ออกแบบ App เพื่อหน้าจอความละเอียดสูงออกมา
- ราคา .. เพราะมีหูฟัง beats ที่ราคาสูงเกือบ 100$ แถมมาด้วย และยังใช้หน้าจอ Super LCD ใหญ่ขนาด 4.7 นิ้วอีก ขืนเอาหน้าจอความละเอียดสูงไป ราคาจะสูงจนไปชนกับอีกรุ่นคือ HTC Sensation XE ก็เป็นได้
- CPU ครับ.. เพราะอะไร เดี๋ยวจะเล่าเป็นลำดับถัดไป
ตอนนี้ CPU ของโทรศัพท์มือถือในราคา 18,xxx บาท ขึ้นไปเป็นแบบ Dual Core กันเกือบทั้งนั้น เช่น Samsung Galaxy S2 / HTC Sensation / LG Optimus 2X อะไรแบบนี้ แต่ CPU ที่มากับ HTC Sensation XL กลับเป็น Single Core ที่ความเร็ว 1.5Ghz แทน ซึ่งเมื่อผมทดสอบรัน Quadrant ก็ได้คะแนนประมาณ 2,000 คะแนน แทบไม่ต่างกับ Duocore ตัวอื่นจากค่าย HTC
สาเหตุตรงนี้ ก็คงจะสอดคล้องกับราคาด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าใช้ CPU Duocore อาจจะทำให้ราคาเครื่องสูงกว่านี้ รวมไปถึงมีผลกระทบกับ Battery ด้วย เพราะถ้าหน้าจอใหญ่ แล้วยังใช้ CPU แบบ DuoCore อีก อาจจะทำให้แบทหมดเร็วกว่าที่คิด เพราะ Battery ที่ทาง HTC ให้มา คือ Battery แบบ Lithium Ion ขนาด 1600 mAh ครับ ผมทดสอบฟังเพลงต่อเรื่อง ตั้งแต่ประมาณเที่ยงๆ กลับมาถึงบ้านประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ ก็เหลือ Battery ประมาณ 30 – 40% เรียกว่า อยู่ในระดับน่าพอใจเลยทีเดียว
ตัวเครื่องมาพร้อมกับแรม 768Mb ก็เรียกได้ว่า เหลือๆ สำหรับ App Android ในตอนนี้ ผมใช้มาหลายๆวัน ต่อเนื่องโดยที่ไม่ได้ปิดเครื่อง ก็ไม่ได้มีอาการช้า จนต้องไล่ปิด App แต่อย่างใด ส่วน Internal Storage มีมาให้ 16GB ครับ แต่แอบมีข้อตินิดนึงคือ เพิ่ม MicroSD Card ไม่ได้ แหม เสียชื่อ Android หมด เพราะถ้าเกิดเป็นเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อดูหนัง ฟังเพลงดีๆ ทั้งที น่าจะมีพื้นที่ให้เยอะๆหน่อย
คุณภาพของกล้อง ถือว่าเด็ดมาก เพราะว่า Sensation XL มาพร้อมกับกล้องที่มีความละเอียด 8 megapixel ที่มีรูรับแสง f 2.2 ถือว่ากินแสงน้อยมาก มาพร้อมกับ LED Flash 2 ตัวด้วยกัน ทำให้ภาพออกมาแจ่มจริงๆ แถมยังถ่ายวีดีโอแบบความละเอียด HD720p ที่ 30 fps พร้อมความสามารถเก๋ๆ นั่นก็คือถ่ายวีดีโอแบบ Slow Motion ได้ด้วย เด็ดมากๆ
ผมอัพโหลดรูปที่ผมทดลองถ่ายจาก Sensation XL ไว้ ที่นี่นะครับ ทุกรูปอัพแบบเต็มๆ ไม่มีบีบอัด ที่ความละเอียดสูงสุดเลย กดดูกันโลด
อ้อ สำหรับคนชอบถ่ายรูปแล้วแชร์เนี่ย ระบบ HTC Sense มีความสามารถ Automatic Upload ที่จะส่งรูปคุณขึ้น Flickr หรือ Facebook โดยอัตโนมัติทันทีที่ถ่ายเสร็จ เป็นอะไรที่ผมชอบมากเลยล่ะครับ แต่ถ้าใครไม่ได้เปิด Package ที่มันมี Data เยอะๆหน่อยก็ระวังอย่าไปเปิดความสามารถนี้ล่ะครับ
ส่วนระบบ 3G ที่เครื่องนี้ใช้ มาเป็นความถี่ 850/2100 ครับ ใครมี Sim Dtac หรือ TrueMove H ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
Android ที่มากับ Sensation XL ตัวนี้เป็น Android Gingerbread 2.3.5 ครับ มาพร้อมกับ HTC Sense ซึ่งเป็น Home Screen แบบพิเศษที่ทาง HTC ทำเองเพื่อให้การใช้งานโทรศัพท์ของ HTC มีความพิเศษกว่าใครเพื่อนด้วยการใส่เกร็ดเล็กๆน้อยๆในการใช้โทรศัพท์มือถือลงไปเช่น
- ถ้ามีคนโทรเข้ามาแล้วเราคว่ำหน้า เสียงเรียกเข้าจะเงียบลง
- ถ้ามีคนโทรเข้ามาแล้วเรายกเครื่องจากโต๊ะขึ้นมาทำท่าจะรับ เสียงเรียกเข้าก็จะเงียบลงด้วยกัน
- ถ้าคุยกับใครอยู่แล้ว คว่ำหน้าเครื่องกับโต๊ะ มันจะเปลี่ยนเป็นคุยแบบ Speaker Phone ให้ทันที
- ยังมีอีก 2-3 อย่าง แต่จำไม่ค่อยได้เหมือนกันครับ อิอิ ลองดูวีดีโอสาธิต HTC Sense ข้างล่างเลยครับ
มาถึงเรื่องภาพและเสียงบ้าง.. ซึ่ง ผมเป็นส่วนที่ผมทดสอบนานที่สุดเลย
Sensation XL มาพร้อมกับหูฟัง beats ที่ผมไม่แน่ใจว่ารุ่นอะไร เท่าที่ไปเช็คในเว็บ ดูจากหน้าตาและ Driver ของมันก็น่าจะใกล้เคียงกับตัว ibeat ที่สุด ตัวหูฟังเป็นแบบ In-Ear หูสีขาว สายสีแดง สดใส ใส่ไปที่ไหนก็หล่อ ตัวหูเป็นโลหะเบา และมีรีโมทควบคุม ซึ่งจะไม่เหมือนกับรีโมททั่วไปของ iPhone ที่เราเคยใช้กัน
ตัวรีโมท ตรงกลางเป็นปุ่มกด รับสาย / วางสาย และเป็นปุ่ม Play / Pause ในตัว และ ปุ่มที่เหลืออีก 2 ปุ่มคือ ปุ่มเลื่อนไป Previous / Next ซึ่งถ้ากดค้างจะเป็นการเลื่อนเพลงไปเร็วๆแทน ซึ่งตรงรีโมทเองก็เป็นไมค์ไว้คุยด้วยฃ
ความรู้สึกที่ทดลองฟัง beat ครั้งแรก แน่นอน ผมแอบเอาไปทดสอบกับ iPhone ก่อน เพราะมันเป็น Player ที่ผมทดสอบฟังมาตลอด เพื่อฟังแล้วจะได้รู้ความเปลี่ยนแปลงของเพลงที่เกิดขึ้นก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง ซึ่งพอเอาไปเสียบฟังทดสอบโดยที่เลือกเพลงที่ให้เข้ากับ คุณลักษณะของ beat นั่นก็คือ เลือกเพลงพวก Pop/Rock สมัยใหม่ รวมไปถึงพวก HipHop เช่น Pitbull / Adele / Eminem / Bruno Mars อะไรแบบนี้ พอจัดหมวดหมู่เพลงเสร็จ จับยัดหูฟังแบบยังไม่ได้ Burn ก็พบว่า เบสของหูฟัง beats นี่สมชื่อมาก เสียงเบสคมชัด ไม่กระพืบแสบหูเหมือนพวกหูฟังห่วยๆ ส่วนเสียงกลางแหลมที่เป็นเสียงคนร้องก็จัดจ้านชัดเจน เรียกได้ว่า ผมแทบเคลิ้มเลยล่ะ เข้าใจเลยว่าทำไมหูฟังยี่ห้อนี้มันขายดีขนาดนี้
ถัดมาผมก็ย้ายมาฟังเพลงเดียวกัน บน Sensation XL บ้าง ซึ่งมันไม่ได้มีดีแค่แถมหูฟัง beat นะครับ แต่มันใส่ระบบเสียงของ beats audio มาด้วย เรียกได้ว่า ทำให้เพลงของเราแจ่มขึ้นไปอีก
พอโอนไฟล์เพลงเข้าไปเสร็จ แล้วกดฟัง …ในขณะที่เปิดระบบ Beats Audio .. อยากจะร้อง เหยดดดดดดดดดดดดดด ออกมาดังๆ เพราะไอ้ที่ไปฟังบน iPhone แล้วรู้สึกว่ามันเจ๋ง มันกลับเพิ่มความเจ๋งขึ้นอีกเยอะเลยครับ ตัวเสียงที่ออกมากับหูฟังมีพลังมากขึ้น / เบสชัดเจนกว่าเดิม เสียงร้องที่ชัดเจนขึ้น จนเกือบได้ยินลมหายใจ ผมกลืนน้ำลายดังเอื๊อกลงไปแล้วเลือกเพลงต่อ จากนั้นก็ฟังยาวมากๆ ฟังไปเกือบๆ ร้อยเพลงได้ ตอนแรกกะจะฟังเอารีวิวเฉยๆ ไปๆมาๆ มันเพลินจนลืมรีวิวเลยครับ
ลองย้ายมาฟัง Pop ที่เน้นเสียงร้องเพียวๆ คู่กับกีต้าร์โปร่ง กับ กลองดิบแบบ Rolling in the Deep ของ Adele ดูบ้าง … อูยยย พูดไม่ถูกครับ เสียงร้องของ Adele ที่มีพลังอยู่แล้ว มันเหมือนมาร้องอยู่ข้างหูเลยล่ะ ฟังแล้วอยากวิ่งไปหากลองมาหวดตามเลยล่ะครับ
ส่วนเรื่องหนังนี่ไม่ต้องห่วงอยู่แล้ว หน้าจอขนาด 4.7 นิ้่ว ใหญ่สะใจพอที่จะชมหนังได้อย่างสบายตา รวมไปถึงหู beats พร้อมระบบ beats audio ก็ทำให้หนังมีอรรถรสมากกว่าเดิม ชนิดที่ทำให้คุณเพลินจนลืมลงรถไฟฟ้าได้สบายๆ (ผมโดนมาแล้วครับ ฮ่าๆ)
สรุปโดยรวมสำหรับ HTC Sensation XL
มันคือ มือถือแบบ All in one สำหรับคนที่มุ่งหา ความบันเทิงตัวจริง เพราะไม่ว่าจะเป็น เว็บ / หนัง / เพลง / เกม ตัวมันเองรองรับได้ทั้งหมด และ รองรับได้ดีเสียด้วย ถึงแม้ว่า CPU จะเพียง Single Core 1.5 แต่ก็เร็วพอที่จะทำให้คุณใช้งานเครื่องโดยไม่รู้สึกสะดุดหรือหงุดหงิดแต่อย่างใด ซึ่งถ้าคุณเป็นวัยรุ่นที่ชอบฟังเพลงมากๆ และอยากจะหาหูฟังและมือถือที่ทำงานร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และหน้าตาดีด้วย ก็ลองดูไว้เป็นตัวเลือกตอนจะซื้อหาซักตัว รับรองไม่ผิดหวังครับ
ข้อเสีย
เพิ่มหน่วยความจำไม่ได้ .. อันนี้ทำให้มันเหมือนจะถึง แต่ก็ไม่ถึง.. ขาดแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเองครับ เพราะหน่วยความจำ 16GB อาจจะพอสำหรับ Android ทั่วไป แต่ Android สายบันเทิงแบบนี้ มันไม่ถึงงงงงงงง….
สุดท้ายก็ขอขอบคุณทาง HTC Thailand สำหรับเครื่องทดสอบนะครับ
คุณอาจจะอยากอ่าน Blog ตอนนี้
-
Supertong
-
Renesis
-
Eiqseza
-
http://www.freeware.in.th Ripmilla

















































